Image Town

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2536 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 50 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม โดยพัฒนาโครงการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และในจังหวัดที่มีศักยภาพ

โดยได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2548 และได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นครั้งแรกในวันที่ 6 ธันวาคม 2548 ภายใต้สัญลักษณ์ “PS” และเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ได้เพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการรายแรกในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีทันสมัยจากต่างประเทศมาใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและบริหารจัดการงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของงานให้ได้มาตรฐาน ควบคุมระยะเวลาการก่อสร้างได้ตามแผนงาน และบริหารต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการก่อสร้างมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพและบริการที่ประทับใจให้แก่ลูกค้า

พัฒนาการที่สำคัญ

ปี 2563
  • รับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 9 (NACC Integrity Awards) จากสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากการยึดมั่นธรรมาภิบาลองค์กรอย่างต่อเนื่อง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ด้วยการกําหนดนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ร่วมกับการส่งเสริมการดําเนินงานอย่างเป็น รูปธรรมในองค์กร เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานดําเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ มีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม
  • รับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้ทําคุณประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค จาก สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค (สคบ.) โดยพฤกษาเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวที่ได้รับรางวัลนี้ สะท้อนถึง เป้าหมายองค์กร “พฤกษาใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต”
  • ครั้งแรกในวงการอสังหาฯ จับมือพาร์ทเนอร์ริเริ่มไอเดีย Pruksa Drive View บริการรับส่งลูกค้าเยี่ยมชม โครงการทาวน์เฮาส์พฤกษาด้วยรถยนต์พร้อมคนขับ อํานวยความสะดวกให้กับลูกค้าถึงบ้านสําหรับลูกค้าที่ ลงทะเบียนเข้าชมโครงการทาวน์เฮาส์พฤกษา ผ่าน Facebook เพจ “เพือนบ้าน” เพือเข้าถึงลูกค้าทุกช่องทาง ในยุคดิจิทัล
  • เปิดตัวแคมเปญการตลาด “ความสุขทุกตารางนิ้ว บนพืนที่ที่ใช่สําหรับคุณ” โดยตีโจทย์เทรนด์ความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าหลังสถานการณ์โควิด-19 ด้วยฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่ยกระดับคุณค่าการใช้ชีวิตของ ผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ให้การใช้งานบนพื้นที่นั้นๆ ใช้งานได้มากกว่าและ ‘ใช่’ มากกว่าที่เคย
  • เปิด “เดอะปาล์ม แจ้งวัฒนะ-ชัยพฤกษ์” มูลค่า 1,800 ล้านบาท บ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมที่สมบูรณ์แบบ ทุกฟังก์ชั่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ A Reflection on your success บนทําเลเชื่อมต่อถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งชิงส่วนแบ่ง ตลาดกลุ่มลูกค้าระดับบน
  • ร่วมกับ บริษัท แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ จํากัด และ บริษัท เบนซ์ตลิ่งชัน จํากัด ผู้จําหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่าง เป็นทางการ มอบสิทธิพิเศษเหนือระดับกับโปรแกรม “White Glove Experience” สําหรับลูกค้าโครงการ ‘เดอะปาล์ม’ บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ของพฤกษา
  • ร่วมกับ Grab ผู้นําแห่งวงการ Food Delivery ออกแคมเปญ “อยู่ฟรี 1 ปี พร้อมอิ่มฟิน” ตอบโจทย์การ อยู่อาศัยและไลฟ์ สไตล์การใช้ชีวิตสําหรับผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง มอบสิทธิพิเศษสําหรับลูกค้าที่จอง และโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวในเครือพฤกษาที่เข้าร่วม ทั้งแบรนด์ภัสสร เดอะ แพลนท์ และ เนเชอร่า
  • ร่วมกับ ทีพีบีไอ ในโครงการ “วน” รณรงค์ให้ลูกบ้านแยกขยะพลาสติกเพือนํากลับมารีไซเคิลใหม่ นําร่องที่ โครงการ พลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น 1-3 และพลัมฯ มิกซ์ แจ้งวัฒนะ เดอะแพลนท์ เอลิท พัฒนาการ และ เดอะ คอนเนค พัฒนาการ 38
  • รับรางวัลสุดยอดองค์กรดีเด่นแห่งปี Thailand Top Company Awards 2019 ประเภท Top Management Award จากความเป็นเลิศในการกำหนดกลยุทธ์การบริหารองค์กรให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน ใส่ใจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านที่อยู่อาศัยและบริการได้อย่างดีเยี่ยม
  • เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ CHAPTER คอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ชูคอนเซ็ปต์ “Curated Living Experience” ที่พร้อมมามอบประสบการณ์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร บน 3 ทำเล ได้แก่ แชปเตอร์ ทองหล่อ 25, แชปเตอร์ จุฬาฯ - สามย่าน และแชปเตอร์ เจริญนคร - ริเวอร์ไซด์
  • ร่วมกับคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา จัดโครงการ “ครูอาชีวะ 4.0 By Pruksa” สร้างสมรรถนะครูอาชีวศึกษาฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการ โดยจัดหลักสูตรการเรียนการสอนสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และความต้องการบุคลากรของอุตสาหกรรมก่อสร้างในยุค 4.0 ถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญงานก่อสร้าง รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในแบบเฉพาะพฤกษา เพื่อพัฒนาความรู้ให้ครูอาชีวะ พร้อมสร้างเสริมประสบการณ์จากการฝึกงานจริงที่โรงงานพฤกษา พรีคาสท์ และกระบวนการก่อสร้างบ้านด้วย PRUKSA REM ที่ไซต์ก่อสร้างโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ
  • เปิดตัวธุรกิจใหม่ “DEAL” ให้บริการด้านการซื้อ ขาย เช่า ที่อยู่อาศัย โดยนำ Digital Platform มาใช้พัฒนาระบบ AI Matching เพื่อเลือกที่อยู่อาศัยให้ตรงใจกับความต้องการของลูกค้า พร้อมจัดทำระบบการบริหารจัดการยูนิตซื้อขาย บริหารข้อมูลต่างๆ ที่จะสามารถดึงข้อมูลได้แบบ Real-Time ทุกที่ ตลอด 24 ชม.
  • เพิ่มช่องทางการขายให้เข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมากขึ้น ด้วยการเปิดตัว Pruksa Official Shop ที่ Shopee เพื่อต่อยอดธุรกิจในช่องทางออนไลน์ให้พฤกษาสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานทั่วประเทศ ยกระดับอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่อีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบ
  • ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของบริษัทฯ เปิดตัวแคมเปญการตลาด “PRUKSA Living Tech” เทคโนโลยีเพื่อที่อยู่อาศัยที่ผสานกับนวัตกรรมทางธรรมชาติไว้อย่างลงตัว ซึ่งเกิดจากความเข้าใจความต้องการของลูกค้าและคนไทยอย่างแท้จริง โดยครอบคลุมการอยู่อาศัยทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ Healthy เทคโนโลยีการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ Green เทคโนโลยีการอยู่อาศัยเพื่อสังคมสิ่งแวดล้อม Safety เทคโนโลยีการอยู่อาศัยเพื่อความปลอดภัย และ Smart เทคโนโลยีการอยู่อาศัยให้คุณเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์เพื่อความสะดวกสบายของคนยุคดิจิทัล
  • รับรางวัลประกาศเกียรติคุณการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2562 จากการออกแบบคอนโดมิเนียมแบรนด์ The Tree ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินแบบอาคารและถูกรับรองให้เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานตามมาตรฐานการออกแบบอาคารด้านพลังงาน Building Energy Code ที่กระทรวงพลังงานได้กำหนดไว้ จำนวน 3 โครงการ คือ The Tree สุขุมวิท 71 - เอกมัย, The Tree จรัญ 30 อาคาร A และ B และ The Tree ลาดพร้าว 15
  • คว้าโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัล “นวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2562” สาขารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติด้านเศรษฐกิจ ประเภทองค์กรขนาดใหญ่ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ในฐานะที่พฤกษามีผลงานนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจและสังคมที่โดดเด่นหลากหลาย
  • คว้ารางวัลชนะเลิศ “ASA Real Estate Awards 2019” รางวัลโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อคุณภาพชีวิตดีเด่น ประจำปี 2562 ประเภทอาคารชุดพักอาศัย ระดับราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ในโครงการ “แชปเตอร์วัน อีโค รัชดา - ห้วยขวาง” จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
  • แบรนด์ “พฤกษา” รับรางวัลอันทรงคุณค่าระดับสากล World Branding Awards ในฐานะแบรนด์แห่งปี หรือ "Brand of the Year" ในระดับชาติ สาขานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของ แบรนด์ โดยสะท้อนให้เห็นถึงความนิยม และการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์พฤกษา
  • เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของการก่อตั้งบริษัท พร้อมปรับเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ และปรับโฉมแบรนด์ใหม่ พร้อมกับนำวิสัยทัศน์คุณทองมา ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ เข้ามาใช้เป็นแนวคิดการทำงานของพนักงานทุกคน ในการมุ่งมั่น ทุ่มเทใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อการส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด จึงออกมาเป็นแบรนด์ไอเดีย “PRUKSA ใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต” และใช้ตราสัญลักษณ์ใหม่ที่มีความหมาย สะท้อนความเป็นพฤกษาซ่อนอยู่ “ใบไม้ซ้อนใบไม้ คือความใส่ใจจากภายในสู่ภายนอก”
  • รับรางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาด “Pruksa ใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต” ประเภท Bronze Award จากสมาคมการตลาด แห่งประเทศไทย จากความโดดเด่นของแคมเปญการตลาด ที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก Brand Purpose ถ่ายทอดลงไป ลึกถึงวัฒนธรรมองค์กร ในการใส่ใจส่งมอบบ้าน ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า
  • รับรางวัลการันตีคุณภาพระดับเวทีนานาชาติ ในงาน Asia Pacific Property Award 2018 จำนวน 3 รางวัลใน 2 โครงการ คือ โครงการ เดอะ รีเซิร์ฟ พหลฯ - ประดิพัทธ์ และโครงการ แชปเตอร์วัน อีโค รัชดา - ห้วยขวาง
  • เปิดตัวโครงการระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรี่โครงการแรกของพฤกษา “เดอะรีเซิร์ฟ สาทร” ตั้งอยู่บนสาทร ซอย 3 (สวนพลู) ในคอนเซ็ปต์ “Living at Your Own Pace in Sathorn’s New Luxury Residence”
  • ใช้การทำการตลาดรูปแบบใหม่ (New Marketing Approach) โดยเน้นการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อเข้าตรงถึงกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพได้อย่างรวดเร็ว และถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เช่น การเปิดตัวโครงการทาวน์เฮ้าส์ “พฤกษาวิลล์ มิสทีน รามคำแหง - วงแหวน” เปิดขายเพียง 2 วัน สามารถทำสถิติปิดการขายเฟสแรก สร้างยอดขายไปกว่า 650 ล้านบาท
  • โครงการ “The Tree ดินแดง - ราชปรารภ” เปิดจองคอนโดมิเนียม Online ครั้งแรกของพฤกษา และสามารถปิดการขายจาก Online Booking อย่างรวดเร็วภายใน 10 นาที ทำให้สามารถช่วยปิดการขายทั้งโครงการได้
  • รับรางวัล Best Residential Award 2018 จากโครงการ “เดอะ รีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” จากการออกแบบดีไซน์โครงการที่โดดเด่น เป็นแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ที่มีเอกลักษณ์ ตอบรับไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าไฮเอนด์
  • ส่งเสริมด้านการศึกษา ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ใน “โครงการความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษา” เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านงานก่อสร้าง พร้อมสร้างเสริมประสบการณ์จากการฝึกงานจริงที่โรงงานพฤกษา พรีคาสท์
  • รับรางวัลการันตีคุณภาพจากเวทีระดับโลกในงาน International Property Awards 2018-2019 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คือโครงการ “แชปเตอร์วัน อีโค รัชดา - ห้วยขวาง” โดยเป็น Regional Winner ในรางวัล Best Development Marketing Asia Pacific จากภาพรวมโครงการ คุณภาพการก่อสร้าง สถาปัตยกรรมภายในและ ภายนอก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ
  • สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร Pearl Bangkok ซึ่งเป็น สำนักงานใหญ่ของพฤกษาอย่างเป็นทางการ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ยังความปลาบปลื้ม โสมนัสและเป็นสิริมงคลอันสูงยิ่งแก่คณะกรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานพฤกษาเป็นล้นพ้น
  • เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงวาง “กลยุทธ์ Pruksa 4.0” มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมใหม่ๆ ใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) Smart - Product พัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้านให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น 2) Smart - Marketing เน้นการทำตลาดโดยใช้ Digital Marketing เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคดิจิทัล 3) Smart - Home Application พัฒนา Home Service Application ที่รวบรวมบริการต่างๆ แบบครบวงจร นอกเหนือจากบริการเรื่องบ้าน เช่น บริการล้างรถ เสริมสวย ซักรีด เป็นต้น 4) Smart-Construction นำนวัตกรรมการก่อสร้างที่ทันสมัยระดับโลกมาใช้ในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น “นวัตกรรมพฤกษา พรีคาสท์” และ “นวัตกรรมการก่อสร้างระบบอุตสาหกรรมคุณภาพ Pruksa REM” (Real Estate Manufacturing)
  • ดำเนินงานตามหนึ่งกลยุทธ์หลักขององค์กร คือ การขยายธุรกิจหลักในอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และขยายฐานไปยังกลุ่มฐานลูกค้ารายได้ใหม่ ในปีนี้จึงเริ่มเปิดโครงการในตลาดพรีเมียม โดยเปิด 5 โครงการ ได้แก่ เดอะรีเซิร์ฟ ทองหล่อ, แชปเตอร์วัน ชายน์ บางโพ, เดอะรีเซิร์ฟ พหลโยธิน-ประดิพัทธิ์ และเดอะรีเซิร์ฟ สุขุมวิท 61
  • นำแบรนด์ The Reserve และ Privacy พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมอีกครั้ง เพื่อต่อยอดความสำเร็จ จากการเปิดขายแบรนด์นี้ ในปีที่ผ่านๆ มา และมีการพัฒนาสินค้าแบรนด์ใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้า มีการปรับโฉมแบรนด์พฤกษาใหม่ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย มีสไตล์มากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Live Inspired” เป็นต้นแบบการใช้ชีวิตด้วยตัวคุณเอง และมีการปรับแนวทางการใช้สื่อโฆษณาต่างๆ ใหม่ทั้งหมด
  • ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานอาคารเขียวจาก German Sustainable Building Council (DGNB) ซึ่งเป็นสถาบันที่ดูแลเรื่องการประเมินอาคารเขียวของประเทศเยอรมนี โดยบริษัทฯ ได้รับรองบ้านต้นแบบ “พฤกษา พลัส เฮาส์” ที่โครงการ เดอะแพลนท์ เอสทีค พัฒนาการ โดย พฤกษา เรียลเอสเตท เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกในเอเชียที่ได้หนังสือรับรองบ้านอนุรักษ์พลังงานตามมาตรฐานสถาบันระดับโลกจากเยอรมันในระดับ Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของสถาบัน
  • ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับซีพี ออลล์เพื่อจัดตั้งร้านอิ่มสะดวก เซเว่น อีเลฟเว่นภายในโครงการทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ของพฤกษาทุกโครงการในกลุ่มธุรกิจแวลู เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของพฤกษา โดยเปิดเซเว่น อีเลฟเว่น 3 โครงการแรก คือ พฤกษาวิลล์ 92 อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ, ดีไลท์ วงแหวนฯ-วัชรพลและซีนเนอรี่ ซ.แก้วอินทร์ 25
  • รับมอบรางวัล “International Star for Quality Award 2017” ประเภท Platinum ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เนื่องจากบริษัทฯ มีความโดดเด่นด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรในเรื่องคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เป็นมืออาชีพ และมีผลงานเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ถือเป็นเครื่องการันตีด้านคุณภาพการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของพฤกษาในเวทีระดับโลก
  • เปิดตัวโครงการ Loyalty “พฤกษา แฟมิลี่ พริวิเลจ” (Pruksa Family Privilege) มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษในเรื่องการอยู่อาศัย ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้า โดยจับมือกับแบรนด์ชั้นนำกว่า 108 แห่ง ทั้ง โรงแรม รีสอร์ท เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และร้านอาหาร มอบส่วนลดสูงสุดถึง 70% และสิทธิพิเศษมากมาย
  • ได้รับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส “NACC Integrity Awards” ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เนื่องจากการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ต่อต้านการคอรัปชั่น และตรวจสอบได้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
  • การพัฒนาแบรนด์สินค้าต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม แยกตามกลุ่มสินค้า
  • ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ 2 ชุด รวม 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ปี 9 เดือน 26 วันมูลค่า 2,400 ล้านบาท และ 3 ปี 5 เดือน 28 วัน มูลค่า 2,600 ล้านบาท ครบกําหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ ในปี พ.ศ.2562 และ พ.ศ. 2563 ตามลําดับ
  • ในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560 บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ 1 ชุด มูลค่า 2,500 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี 5 เดือน 5 วัน ครบกําหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ ในปีพ.ศ. 2563
  • ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560 บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ 1 ชุด มูลค่า 2,000 ล้านบาท 3 ปี 6 เดือน ครบกําหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ ในปีพ.ศ. 2564
  • จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งภายใต้ชื่อ “บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)” โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพด้านรายได้และกำไรในระยะยาว และ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จะเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯ ที่จะเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเวลาเดียวกัน และยังคงประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการที่จะบริหารภายใต้หลักธรรมภิบาล เหมือนเช่นในปัจจุบัน โดยวาง 3 กลยุทธ์หลัก ที่จะขับเคลื่อนใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน คือ 1.คงความเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ระดับน้อยถึงปานกลาง (Value) 2.เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทในตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน (Premium) 3.หาโอกาสในการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นธุรกิจที่มีความสามารถในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) ที่มั่นคงและยั่งยืน
  • การพัฒนาแบรนด์สินค้าต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม แยกตามกลุ่มสินค้า โดยในปี 2559 ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ โดยจะเน้นสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง และมีศักยภาพ เพื่อพัฒนาในระยะยาว ดังนี้
    แบรนด์สินค้า กลุ่มทาวน์เฮ้าส์ : บ้านพฤกษา พฤกษาวิลล์ เดอะคอนเนค พาทิโอ
    แบรนด์สินค้า กลุ่มบ้านเดี่ยว : ภัสสร เดอะแพลนท์ เดอะปาล์ม
    แบรนด์สินค้า กลุ่มคอนโดมิเนียม : พลัม คอนโด เดอะทรี แชปเตอร์วัน คอนโด เออบาโน่ ไอวี่
  • พัฒนานวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในก่อสร้างที่อยู่อาศัย โดยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนวัตกรรมที่อยู่อาศัยจากเยอรมนี พัฒนาโครงการต้นแบบ “Pruksa Plus House” ขึ้นที่โครงการเดอะแพลนท์ เอสทีค พัฒนาการ 38 และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยทั้ง 4 ด้าน ในอนาคต ( 4 Consumer Mega Trends) ได้แก่ 1. บ้านแข็งแรงปลอดภัย (Safety Home) 2. บ้านที่ใส่ใจสุขภาพและผู้สูงอายุ (Healthy Home) ออกแบบฟังก์ชั่นภายในบ้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็น 3. บ้านประหยัดพลังงาน (Green Home) นำพลังงานทดแทนมาใช้ เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ระบบ Ice Storage / Hot Water Storage และ 4. บ้านทันสมัย (Smart Home) นำแอพพลิเคชั่นมาใช้ในการควบคุมการเปิดปิดสวิชต์ไฟ เครื่องปรับอากาศ และกล้องวงจรปิดภายในบ้านบนสมาร์ทโฟน เป็นต้น
  • จากการที่บริษัทฯ มุ่งเน้นในการนำนวัตกรรม เพื่อทำให้ได้บ้านที่มีคุณภาพ ทำให้ในปี 2559 บริษัทฯ ได้รับรางวัล “International Quality Crown Awards 2016” ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จัดโดย Business Initiative Directions (B.I.D.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นด้านคุณภาพและนวัตกรรม โดยพฤกษาเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว เนื่องจากมีความโดดเด่นด้านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในองค์กรอย่างต่อเนื่องในทุกกระบวนการทำงาน ทำให้สามารถส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า ถือเป็นเครื่องการันตีด้านคุณภาพการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของพฤกษาในเวทีระดับโลก
  • เข้าเป็นสมาชิก “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” และได้รับมอบใบประกาศรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต และได้มีการจัดงาน “Pruksa Corporate Governance Day (Pruksa CG Day 2016)” เพื่อสร้างจิตสำนึกแก่บุคลากรทุกระดับให้ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยยึดหลัก 3 ประการ คือ 1. Governance ความรับผิดชอบในการกำกับดูแลที่ดี รักษาความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ 2. Growth การช่วยสร้างสรรค์องค์กรให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน 3. Process การมีกระบวนการปฏิบัติงานที่สร้างสรรค์คุณค่าและบริหารจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่ายตรวจสอบได้
  • ขานรับนโยบายรัฐบาล นำบ้านและคอนโดมิเนียมคุณภาพ รวมมูลค่ากว่า 4,700 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อช่วยให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
  • ด้านความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม บริษัทฯ ได้บริจาคที่ดินจำนวน 144 ไร่ ในเขตตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมสนองพระราชกระแสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการขยายผลโครงการสระเก็บน้ำพระราม 9 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใช้จัดทำเป็นโครงการแก้มลิง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรช่วงประสบภัยแล้ง และเป็นสถานที่เก็บกักน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัย
  • บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญจาก 2,231.1 ล้านบาทเป็น 2,232.7 ล้านบาท
  • บริษัทฯ ได้ลดทุนจดทะเบียน โดยการตัดหุ้นที่ยังไม่ได้นำออกจำหน่ายของบริษัทฯ จำนวน 52,616,800 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และจดทะเบียน แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 กับกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน จาก 2,285.3 ล้านบาท เป็น 2,232.7 ล้านบาท
  • ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ให้แก้ไขข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ตามแผนการปรับโครงสร้างโดยมีรายละเอียดดังนี้ (1) ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับหน้าที่ของบริษัทฯ ในการดำรงไว้ซึ่งการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนของหุ้นสามัญของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ (2) เพิ่มอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้แต่ละชุดที่เกี่ยวข้องในอัตราร้อยละ 0.1 โดยให้เริ่มคำนวณตั้งแต่ (และรวมถึง) วันที่มีการเพิกถอนหุ้นสามัญของบริษัทออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
  • ในปี 2558 บริษัทฯ เริ่มใช้สโลแกน “Create Value คิดสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อลูกค้า” ที่สะท้อนถึงการส่งเสริมค่านิยมพฤกษาในด้านการคิดนวัตกรรมสร้างสรรค์ หรือ Creative Innovation เพื่อนำมาใช้ในองค์กรอย่างชัดเจน เพราะหัวใจสำคัญของธุรกิจ คือ “ความคิดสร้างสรรค์” ที่อยู่เบื้องหลังสินค้าหรือบริการที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าและสังคมโดยรวม การทุ่มเทและเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทฯ ได้รับความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภค และในปี 2558 ได้รับการจัดอันดับ เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในด้าน “ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม” จากนิตยสาร BrandAge และนิตยสาร COMPANY ในงานวิจัย “Thailand’s Most Admired Company 2015”
  • บริษัทฯ มีแผนขยายกลุ่มลูกค้า โดยเน้นสร้างความแตกต่างของแบบบ้านให้โดดเด่นจากคู่แข่งในตลาด และรองรับราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มสูงมากขึ้น จึงได้พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ระดับพรีเมียมเป็นครั้งแรก “โครงการเดอะแพลนท์ เอลิท” บนถนนพัฒนาการ ราคาเริ่มต้น 9.7 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
  • บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญจาก 2,226.7 ล้านบาท เป็น 2,231.1 ล้านบาท
  • บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อรองรับการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะซื้อหุ้นสามัญของ บริษัทฯ ให้แก่กรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ จำนวน 15,000,000 หน่วยจากทุนจดเบียน 2,270.3 ล้านบาท เป็น 2,285.3 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท
  • เริ่มทดลองใช้งานโปรแกรม “ตรวจรับบ้านอัจฉริยะ (I-Inspection II)” กับทาวน์เฮ้าส์ภายใต้แบรนด์“พฤกษาวิลล์” ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจรับบ้านให้กับลูกค้า ผ่านอุปกรณ์แท็บเล็ต (Tablet) ทำให้ส่งมอบบ้านได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ จึงขยายการใช้งานไปยังแบรนด์อื่นๆ ด้วย
  • ใช้กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น ในเดือนมีนาคม ได้เปิดตัวบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์ “เดอะ ปาล์ม” บนถนนพัฒนาการ ราคา 9-25 ล้านบาท ซึ่งเป็นการนำพรีคาสท์มาใช้กับบ้านระดับพรีเมี่ยม และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยในเฟสที่หนึ่งสามารถขายหมดได้ภายในเวลาอันสั้น
  • การบริหารจัดการต้นทุน ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นำ Technology Pruksa Precast และ Pruksa REM (Pruksa Real Estate Manufacturing) มาใช้ ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ลด Business Cycle Time สำหรับแนวราบ ลงเหลือ 87 วัน จาก 146 วัน ในปี 2556 ทำให้ลูกค้าสามารถได้รับโอนบ้านที่เร็วและทำให้การรับรู้รายได้เป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากนี้ทาง บริษัทฯ สามารถกำหนดราคาขายที่คุ้มค่ามากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น ที่ผลิตสินค้าในระดับเดียวกัน แต่ราคาจะสูงกว่าบริษัทฯ ประมาณร้อยละ 10-15
  • ปรับเปลี่ยนโรงงาน PCF2 จากเดิมผลิตรั้วและParapet มาผลิตห้องน้ำสำเร็จรูป (Bathroom Pod Factory) ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตในเดือน พฤษภาคม 2557 มีกำลังการผลิตห้องน้ำสำเร็จรูป 4,000 ยูนิต/ปี
  • การนำห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้ในโครงการคอนโดมิเนียม อาทิ พลัมคอนโดบางใหญ่และ พลัมคอนโด พระราม 2 รวมถึงอยู่ในระหว่างการศึกษาในการนำห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้ในโครงการแนวราบ ซึ่งการนำห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้ สามารถช่วยย่นระยะเวลาการก่อสร้าง รวมถึงได้ห้องน้ำที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น
  • โรงงานพฤกษา พรีคาสท์ นวนคร 2 โรงงาน (PCF6 และ PCF7) เริ่มต้นการผลิตแผ่นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง และ คานคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงบางส่วน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 โดยมีกำลังการผลิตบ้านได้ประมาณ 480 หลังต่อเดือน และเมื่อรวมกับโรงงานเดิมจำนวน 5 โรงงาน ที่ลำลูกกา ซึ่งมีกำลังผลิต 640 หลังต่อเดือน ทำให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 1,120 หลังต่อเดือน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการเปิดโครงการใหม่ และแผนการส่งมอบบ้านคุณภาพให้กับลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี
  • บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญจาก 2,222.8 ล้านบาท เป็น 2,226.7 ล้านบาท
  • บริษัทฯ ได้ลดทุนจดทะเบียน โดยการตัดหุ้นที่ยังไม่ได้นำออกจำหน่ายของบริษัทฯ จำนวน 10,513,200 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และจดทะเบียน แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 กับกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน จาก 2,265.8 ล้านบาท เป็น 2,255.3 ล้านบาท
  • บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อรองรับการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ จำนวน 15,000,000 หน่วยจากทุนจดทะเบียน 2,255.3 ล้านบาท เป็น 2,270.3 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท
  • ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ว่า “พฤกษา มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้า ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่ อาศัยและก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 10 แบรนด์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของทวีปเอเชีย ด้วยการสรรค์สร้างที่อยู่อาศัย ที่มีคุณค่า เพื่อทุกครอบครัวได้สัมผัสความสุข ความอบอุ่นและชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน” พร้อมทำการปรับโครงสร้าง การบริหารงานองค์กร ใหม่ เพื่อให้การบริหารธุรกิจตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มทุกระดับ โดยแบ่งความรับผิดชอบของผู้บริหารตามเซ็กเมนต์ของบ้าน เน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมในการสร้างบ้านที่มีคุณภาพและบริการที่ดีเลิศ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานให้สอดรับกับภาวะการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และปีนี้เองถือได้ว่าเป็นปีทองที่ PS ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์ และจำนวนหน่วย (unit) ที่โอนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
  • พัฒนาห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการคอนโดมิเนียม (เริ่มติดตั้งปี 2557) เพื่อให้ได้รูปแบบที่สวยงามมี คุณภาพดีขึ้น ลดปัญหาจากการใช้งานภายหลัง ตลอดจนสามารถส่งมอบได้รวดเร็ว ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และปัญหาแรงงานไร้ฝีมือ
  • พัฒนารูปแบบการก่อสร้างอาคารคอนโดมิเนียม 8 ชั้น (Low Rise) ด้วยระบบพรีคาสท์ (Fully Precast) ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ เพื่อลดรอบระยะเวลาธุรกิจ ในขณะเดียวกันยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงาน ตลอดจนคุณภาพของการทำงานหน้างานที่เปลี่ยนมาเป็นระบบสำเร็จรูปผลิตจากโรงงาน โดยต่อยอดองค์ความรู้จากทาวน์เฮ้าส์/บ้านเดี่ยวที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญและอยู่ในช่วงการนำระบบการบริหารจัดการ REM มาผนวกเข้าไปกับเทคนิคการก่อสร้างแบบใหม่นี้ด้วย ตลอดจนให้สถาบัน AIT วิเคราะห์เรื่องการต้านแผ่นดินไหวของโครงสร้างดังกล่าว
  • ผลักดันการใช้ระบบ BIM (Building Information Management) เพื่อช่วยในการเขียนแบบ 3 มิติ BIM ตามภาษาวิชาการ ย่อมาจาก Building Information Modeling เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งของแบบที่จะทำให้เกิดปัญหาในขั้นตอนการก่อสร้าง ทั้งยังช่วยในการประมาณปริมาณวัสดุได้แบบครบวงจร ลดการทำงานหลายขั้นตอนให้เป็นการคำนวณด้วยระบบคอมพิวเตอร์
  • เพื่อรองรับการเติบโตตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ จึงลงทุนประมาณ 2,300 ล้านบาท ซื้อที่ดิน 130 ไร่ ที่นวนคร จังหวัดปทุมธานีและก่อสร้างโรงงานพฤกษา พรีคาสท์ เพิ่มอีก 2 โรงงาน (PCF6 และ PCF7) โดย PCF6 เป็นโรงงาน ระบบอัตโนมัติทุกขั้นตอน (Fully Automated Carousel System) เป็น Carousel Plant ที่มีกำลังผลิตสูงที่สุดในโลกซึ่งนำเข้าจากประเทศเยอรมนี เพื่อผลิตแผ่นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป (Bearing Wall) โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน และ PCF7 เป็นโรงงานผลิตพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง และคานคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง (Pre-stressed concrete Slab&Beam) โดยใช้ระบบการผลิตแบบ Long Bed System เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากประเทศเยอรมนีเช่นกัน
  • โรงงานพฤกษา พรีคาสท์ แห่งใหม่ ที่นวนครเป็น Green Factory แห่งแรกของประเทศไทย ที่ช่วยลดมลภาวะเรื่องเสียง ฝุ่น และน้ำเสีย โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดในโลกจากประเทศเยอรมนี โดยใช้หุ่นยนต์ (Robot) ในกระบวนการผลิตเพื่อลดเรื่องปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และเป็นระบบอัตโนมัติที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในขั้นตอนการผลิต จึงส่งผลทำให้สามารถผลิตชิ้นงานที่มีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป นอกจากนี้ยังได้นำระบบ Concrete Recycling มาใช้เพื่อนำน้ำทิ้งและเศษคอนกรีตจากการทำงานกลับมาใช้ในขบวนการผลิตอีกครั้ง ทำให้ไม่มีเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญจาก 2,213.2 ล้านบาท เป็น 2,222.8 ล้านบาท
  • บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2,250.8 ล้านบาท เป็น 2,265.8 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มเติม เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ จำนวน 15,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท